Messenger

Laparoscopic gallbladder stone removal (LC): An innovative minimally invasive surgical technique (MIS)

June 10 / 2026

          Laparoscopic Cholecystectomy คือ การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีโดยใช้นวัตกรรมผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery - MIS) แทนการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม ช่วยให้คนไข้มีแผลขนาดเพียง 0.5 - 1.2 เซนติเมตร ลดอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัด ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ภายใน 1-3 วัน
 
 เจาะลึกนิ่วในถุงน้ำดี (Cholecystectomy)
        จากการวิจัยพบว่านิ่วในถุงน้ำดีมักจะพบในประชากรวัยผู้ใหญ่ประมาณ 10-15% มีอาการนิ่วในถุงน้ำดีโดยไม่รู้ตัว โดยที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายถึง 2-3 เท่า เฉพาะในกลุ่มผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มีบุตรแล้วมักจะพบว่ามีโอกาศเป็นได้มาก อีกทั้งยังพบว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตรวจพบว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดีเนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและพฤติกรรมการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเกินไป

 

4 อาการบ่งชี้  " นิ่วในถุงน้ำดี " 

  1. แน่นท้อง ท้องอืด (Dyspepsia) - รู้สึกเหมือนอาหารไม่ย่อย มีลมในท้องมาก โดยเฉพาะ "หลังรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง" เช่น ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน หรือบุฟเฟต์มื้อใหญ่
  2. ปวดเสียดท้องเฉียบพลัน (Biliary Colic) - มีอาการปวดบิดบริเวณ ใต้ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่ อาการปวดมักเกิดขึ้นทันทีและปวดต่อเนื่องนาน 30 นาทีถึงหลายชั่วโมง (มักไม่ทุเลาลงเมื่อกินยาธาตุหรือยาขับลม)

  3. ปวดร้าว (Referred Pain) - อาการปวดอาจลามไปยัง สะบักขวา หรือบริเวณหลังช่วงบน

  4. คลื่นไส้ อาเจียน - มักเกิดร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรง เป็นสัญญาณว่าถุงน้ำดีพยายามบีบตัวเพื่อขับน้ำดีแต่ถูกนิ่วอุดตัน

 

ความต่างระหว่าง ปวดท้องโรคกระเพาะ Vs ปวดท้องนิ่วในถุงน้ำดี

ลักษณะอาการ

โรคกระเพาะอาหาร

นิ่วในถุงน้ำดี

ตำแหน่งที่ปวด

กลางลิ้นปี่

ใต้ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่

ระยะเวลาที่ปวด

ปวดก่อนหรือหลังกินข้าว (ปวดแสบ)

ปวดหลังกินอาหารมัน (ปวดบิด/แน่น)

การทุเลาของอาการ

กินยาลดกรดแล้วดีขึ้น

กินยาลดกรดแล้วไม่ดีขึ้น

อาการร้าวของร่างกาย

มักไม่ร้าวไปไหน

มักร้าวไปที่สะบักขวาหรือหลัง

 

การตรวจวินิจฉัยเพื่อค้นหาสาเหตุแบบเจาะลึก

          แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อคัดกรองจุดปวด และลำดับความปวดท้องของคุณปวดบิด หรือปวดแสบ, ระยะเวลาที่ปวด (มักเป็นหลังมื้ออาหารมันๆ), และประวัติครอบครัว ส่งต่อด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) คลื่นเสียงความถี่สูงจะสะท้อนให้เห็นก้อนนิ่วที่มีลักษณะเป็นเงาสีขาวและมีเงาดำ (Shadow) ทอดผ่านด้านหลังชัดเจน แพทย์จะตรวจดูจำนวนนิ่ว, ขนาดของนิ่ว (เป็นทรายหรือเป็นก้อน), ความหนาของผนังถุงน้ำดี และเช็กว่ามีอาการบวมหรือพังผืดรอบๆ หรือไม่ หากผลอัลตราซาวด์ไม่ชัดเจน หรือ สงสัยว่ามีนิ่วอุดตันในท่อน้ำดีลึกๆ แพทย์จะใช้การตรวจเพิ่มเติม

  • MRCP (MRI ของท่อน้ำดี) : ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสแกนท่อน้ำดีทั้งหมดโดยไม่ต้องฉีดสี ให้ภาพที่ละเอียดมากเพื่อนำทางศัลยแพทย์ก่อนการผ่าตัด LC

  • CT Scan : ช่วยประเมินภาวะถุงน้ำดีเน่า หรือมีฝีในช่องท้อง ในกรณีที่เป็นเคสฉุกเฉิน

 

การผ่าตัดแผลเล็ก MIS (Laparoscopic Cholecystectomy)

          เมื่อแพทย์ทำการวินิจฉัยอาการและจุดปวดได้อย่างชัดเจนแล้ว แพทย์จะกำหนดแนวทางการรักษาแบบเป็นขั้นตอนโดยยึดถือความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลัก หากถึงขั้นที่ต้องทำการผ่าตัดและ การผ่าตัดแผลเล็กด้วยการส่องกล้องจะเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้คนไข้ มีอาการบอบช้ำจากการผ่าตัดน้อยลงอย่างมาก ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

          อาการบ่งชี้ที่ต้องผ่าตัด  ได้แก่ ปวดท้องใต้ชายโครงขวาหลังกินอาหารมัน, มีไข้ร่วมกับปวดท้อง, ตัวเหลืองตาเหลือง และตรวจพบนิ่วที่มีความเสี่ยงสูง 

หากตรวจอัลตราซาวด์แล้วพบปัจจัยเหล่านี้ แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัด ทันที :

  • นิ่วขนาดใหญ่เกิน 2-3 ซม.

  • ผนังถุงน้ำดีมีหินปูนเกาะ (Porcelain Gallbladder)

  • ตรวจพบติ่งเนื้อในถุงน้ำดี (Gallbladder Polyp) ขนาดใหญ่กว่า 1 cm.

 

5 เหตุผลที่ทำให้คุณมั่นใจในการผ่าตัดแบบ MIS


1. ความแม่นยำระดับ (เห็นชัดกว่าตาเปล่า)

           ในการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง แพทย์จะมองเห็นอวัยวะผ่านช่องท้องที่เปิดอยู่ แต่การผ่าตัดแบบ MIS แพทย์จะใช้กล้องที่มีกำลังขยายสูงถึง 10-20 เท่า และมีความละเอียดระดับ 4K/3D

  • ข้อดี : แพทย์สามารถมองเห็นเส้นเลือดและเส้นประสาทขนาดเล็กได้อย่างชัดเจน ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเดิม

 

2. อวัยวะภายใน " ช้ำน้อยกว่า " 

          การผ่าตัดแบบเปิด แพทย์ต้องใช้เครื่องมือดึงรั้งผนังหน้าท้องและสัมผัสอวัยวะภายในโดยตรง ซึ่งทำให้เกิดการ "ระคายเคือง" และ "ช้ำ"

  • ข้อดี : การผ่าตัด MIS ใช้เครื่องมือขนาดเล็กมากสอดเข้าไปทำงานภายในโดยแทบไม่กระทบกระเทือนส่วนอื่น ส่งผลให้ระบบลำไส้กลับมาทำงานได้เร็วขึ้น (ฟื้นตัวจากการขับถ่ายและทานอาหารได้ไวขึ้น)

 

3. ลดความเสี่ยง "พังผืด" และ "ลำไส้อุดตัน" ในอนาคต

          ยิ่งแผลผ่าตัดใหญ่และมีการสัมผัสอากาศภายนอกนานเท่าไหร่ โอกาสเกิดพังผืดในช่องท้องก็ยิ่งสูงขึ้น

  • ข้อดี : การผ่าตัดแบบส่องกล้องเป็นระบบปิด ช่วยลดการเกิดพังผืดที่จะไปรัดลำไส้ในอนาคต ลดความเสี่ยงที่ต้องกลับมาผ่าตัดซ้ำจากอาการลำไส้อุดตันได้เป็นอย่างดี

 

4. การจัดการความปวดที่ "มีประสิทธิภาพ"

คนไข้ส่วนใหญ่มักกลัว "ความปวด" หลังตื่นจากการผ่าตัด

  • ข้อดี : เนื่องจากไม่มีการตัดกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นทางยาว ความปวดจึงอยู่ในระดับที่ต่ำมาก คนไข้สามารถลุกเดินได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังผ่าตัด ซึ่งการลุกเดินไวจะช่วยป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำและปอดได้อีกด้วย

 

5. ลดโอกาสการติดเชื้อ 

แผลผ่าตัดขนาดใหญ่มีความเสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อโรคจากภายนอกได้ง่ายกว่า

  • ข้อดี : แผลขนาดเพียง 0.5 - 1.2 ซม. ของการผ่าตัด MIS ทำให้โอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายมีน้อยมาก รวมถึงการเสียเลือดก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ร่างกายไม่ทรุดโทรมหลังผ่าตัด

 

" การผ่าตัด MIS ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือ การรักษาอวัยวะภายในให้บอบช้ำน้อยที่สุด ด้วยกล้องกำลังขยายสูงที่ช่วยให้แพทย์ทำงานได้แม่นยำกว่าการผ่าตัดปกติ ลดโอกาสเกิดพังผืด และทำให้คุณกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการพักฟื้นที่ยาวนาน "