Messenger

มะเร็งลำไส้ใหญ่ ภัยเงียบอันดับต้นๆ ที่ป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรอง

July 09 / 2026

 

          ในบรรดาโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้นๆ "มะเร็งลำไส้ใหญ่" ถือเป็นหนึ่งในโรคที่มีสถิติผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีครับ ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ในระยะแรกเริ่มมัก "ไม่แสดงอาการเตือนใดๆ" เลย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มรู้ตัวและมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่อเชื้อมะเร็งได้ลุกลามไปมากแล้ว

          อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางการแพทย์ มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในไม่กี่มะเร็งที่ สามารถป้องกันและตรวจคัดกรองเพื่อเผชิญหน้ากับโรคได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง การมีความรู้เท่าทันและการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพลำไส้ของคุณและคนที่คุณรัก

 

ใครบ้างที่จัดอยู่ใน "กลุ่มเสี่ยง" มะเร็งลำไส้ใหญ่?

          แม้ว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่จะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ ควรเพิ่มความระมัดระวังและใส่ใจในการตรวจคัดกรองมากเป็นพิเศษครับ:

  • อายุ : ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป (เป็นวัยที่อัตราการพบโรคสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ)

  • ประวัติครอบครัว : มีบุคคลในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมีติ่งเนื้อในลำไส้

  • พฤติกรรมการทานอาหาร : ชอบรับประทานเนื้อแดง อาหารแปรรูป (เช่น เบคอน ไส้กรอก กุนเชียง) อาหารปิ้งย่างจนไหม้เกรียม และทานผักผลไม้น้อย

  • ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต : สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีภาวะอ้วนลงพุง หรือขาดการออกกำลังกาย

  • โรคประจำตัว : เป็นโรคติดต่อเรื้อรังเกี่ยวกับลำไส้อักเสบ (Inflammatory Bowel Disease)

 

5 สัญญาณเตือน... ที่ลำไส้กำลังส่งเสียงร้องบอกคุณ

          หากสังเกตพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการผิดปกติเหล่านี้ต่อเนื่องกันเกิน 2 สัปดาห์ ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรรีบเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด:

  1. พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป : เช่น มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือมีความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุดอยู่ตลอดเวลา

  2. ลักษณะอุจจาระผิดปกติ : อุจจาระมีขนาดเล็กลง ลีบแบนเป็นแท่งดินสอ เนื่องจากมีก้อนเนื้อไปขัดขวางทางเดินในลำไส้

  3. ถ่ายเป็นเลือด : มีเลือดสีแดงสดหรือสีคล้ำปนออกมากับเนื้ออุจจาระ หรือมีมูกเลือดปน

  4. อาการแน่นท้องเรื้อรัง : มีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือจุกเสียดแน่นบ่อยผิดปกติ

  5. อาการทางร่างกายอื่นๆ : อ่อนเพลีย หน้ามืด ซีดจากภาวะโลหิตจาง หรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก

 

การตรวจคัดกรอง: อาวุธสำคัญในการป้องกันรอยโรค

          จุดเริ่มต้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนมากมักพัฒนามาจาก "ติ่งเนื้อเล็กๆ" (Polyp) ที่เกิดขึ้นในผนังลำไส้ ซึ่งใช้เวลาหลายปีกว่าจะพัฒนาไปเป็นเนื้อร้าย การตรวจคัดกรองจึงช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบติ่งเนื้อเหล่านี้และทำการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ปัจจุบันแนวทางการตรวจคัดกรองที่เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ มีดังนี้ครับ :

วิธีการตรวจคัดกรอง

ลักษณะและข้อดีของแต่ละวิธี

ความถี่ที่แนะนำ

การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ

เป็นการตรวจหาเม็ดเลือดแดงที่อาจแฝงอยู่ในอุจจาระด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการ สะดวก ไม่เจ็บตัว

แนะนำให้ตรวจเป็นประจำทุกปี สำหรับผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่(Colonoscopy)

เป็นวิธีมาตรฐานแพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็กส่องตรวจดูผนังลำไส้ทั้งหมดอย่างชัดเจน หากพบติ่งเนื้อที่มีความเสี่ยง สามารถทำการตัดออกได้ทันทีในคราวเดียวกัน

แนะนำตรวจทุก 5 ถึง 10 ปี (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และผลการตรวจครั้งแรก)


 

ปรับพฤติกรรมวันนี้ เพื่อระยะยาวที่แข็งแรง

          นอกจากการตรวจคัดกรองตามช่วงอายุที่เหมาะสมแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงลงได้มากครับ ทั้งการหันมาเน้นทานอาหารที่มีใยอาหารสูง (ผัก ผลไม้ ธัญพืช) ลดการทานเนื้อสัตว์แปรรูป ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 150 นาที และควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่รู้ก่อน รับมือได้เร็ว และมีแนวทางการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพหากพบตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม อย่ารอให้มีอาการรุนแรงแล้วค่อยมาพบแพทย์ครับ

 

ดูแลสุขภาพระบบทางเดินอาหารของคุณและคนที่คุณรักได้ที่ :

แผนกทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา (THT)