Messenger

ถ่ายเป็นเลือดอย่าเพิ่งคิดว่าเป็นแค่ "ริดสีดวง" เช็กสัญญาณระวังมะเร็งลำไส้ใหญ่

July 09 / 2026

จาก ริดสีดวง vs มะเร็งลำไส้

 

          หนึ่งในอาการที่ทำให้หลายคนกังวลใจมากที่สุดเวลาเข้าห้องน้ำคือการ "ถ่ายเป็นเลือด" ครับ แต่บ่อยครั้งความกังวลนั้นมักถูกปัดตกไปด้วยความคิดปลอบใจตัวเองที่ว่า "คงเป็นแค่ริดสีดวงทวารธรรมดา เดี๋ยวก็คงหาย" ซึ่งการประเมินอาการด้วยตัวเองและปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เรามองข้ามสัญญาณเตือนที่สำคัญของ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไปอย่างน่าเสียดาย

           เนื่องจากทั้งสองโรคนี้มีอาการร่วมที่คล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะการมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา จึงได้รวบรวมจุดสังเกตและข้อแตกต่างเบื้องต้น เพื่อให้ท่านสามารถหมั่นเช็กความผิดปกติของร่างกายได้อย่างเท่าทันครับ
 

ตารางเปรียบเทียบ: ริดสีดวงทวาร VS มะเร็งลำไส้ใหญ่

          เมื่อเกิดความผิดปกติในระบบขับถ่าย เราสามารถสังเกตลักษณะของเนื้ออุจจาระ พฤติกรรม และอาการร่วมอื่นๆ เพื่อแยกแยะความแตกต่างเบื้องต้นได้ดังนี้

 

จุดสังเกต

ริดสีดวงทวาร

มะเร็งลำไส้ใหญ่

ลักษณะของเลือด

เลือดสีแดงสด มักหยดตามหลังอุจจาระ หรือติดทิชชูตอนเช็ด เลือดไม่ปนเนื้ออุจจาระ

เลือดสีแดงคล้ำหรือสีเข้ม มักปนอยู่ภายในเนื้ออุจจาระ หรือมีมูกเลือดปนออกมาด้วย

รูปทรงอุจจาระ

ขนาดและลักษณะของอุจจาระค่อนข้างปกติ (ยกเว้นในรายที่มีอาการท้องผูกร่วมด้วย)

อุจจาระมีขนาดเล็กลง ลีบแบนคล้ายแท่งดินสอ เนื่องจากมีก้อนเนื้อขัดขวางทางเดิน

พฤติกรรมการขับถ่าย

ถ่ายลำบากเนื่องจากมีหัวริดสีดวงหรือท้องผูก แต่พฤติกรรมการปวดท้องถ่ายยังคงเดิม

มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีความรู้สึกถ่ายไม่สุดอยู่ตลอดเวลา

อาการร่วมอื่นๆ

คันหรือระคายเคืองรอบปากทวาร คลำพบก้อนเนื้อนิ่มๆ ปลิ้นโผล่ออกมาขณะเบ่งถ่าย

ปวดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อเรื้อรัง อ่อนเพลีย ซีดเบื่ออาหาร และน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว

 

 

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

          แม้จะพยายามสังเกตอาการข้างต้นแล้ว แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นทั้งโรครักษาริดสีดวงทวารและมีรอยโรคของมะเร็งลำไส้ใหญ่ซ่อนอยู่พร้อมๆ กัน ดังนั้น หากมีอาการดังต่อไปนี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด:

  • มีอาการถ่ายเป็นเลือดเรื้อรัง นานกว่า 1–2 สัปดาห์

  • พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน เช่น จากเดิมถ่ายทุกวัน กลายเป็นท้องผูกเรื้อรังหลายวันสลับท้องเสีย

  • มีภาวะโลหิตจาง ซีด อ่อนเพลีย โดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

  • มีประวัติบุคคลในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน

 

ปรับพฤติกรรม และตรวจคัดกรองเพื่อความอุ่นใจ

          มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่ค่อยๆ พัฒนาตัวอย่างช้าๆ จากติ่งเนื้อเล็กๆ ในผนังลำไส้ หากเราสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนและดำเนินการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

          ปัจจุบันทางการแพทย์มีเทคโนโลยี การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจเช็กสภาพภายในลำไส้ได้อย่างชัดเจน หากพบติ่งเนื้อที่มีความเสี่ยง แพทย์ก็สามารถทำหัตถการตัดออกได้ทันทีเพื่อลดโอกาสการพัฒนาไปสู่เนื้อร้ายในอนาคต

 

ร่วมดูแลสุขภาพทางเดินอาหารของคุณ

          หากคุณพบความผิดปกติในการขับถ่าย หรือต้องการตรวจคัดกรองเพื่อความมั่นใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากทีมแพทย์เฉพาะทางได้ที่ แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา (THT)