เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
จาก ริดสีดวง vs มะเร็งลำไส้

หนึ่งในอาการที่ทำให้หลายคนกังวลใจมากที่สุดเวลาเข้าห้องน้ำคือการ "ถ่ายเป็นเลือด" ครับ แต่บ่อยครั้งความกังวลนั้นมักถูกปัดตกไปด้วยความคิดปลอบใจตัวเองที่ว่า "คงเป็นแค่ริดสีดวงทวารธรรมดา เดี๋ยวก็คงหาย" ซึ่งการประเมินอาการด้วยตัวเองและปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เรามองข้ามสัญญาณเตือนที่สำคัญของ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไปอย่างน่าเสียดาย
เนื่องจากทั้งสองโรคนี้มีอาการร่วมที่คล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะการมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา จึงได้รวบรวมจุดสังเกตและข้อแตกต่างเบื้องต้น เพื่อให้ท่านสามารถหมั่นเช็กความผิดปกติของร่างกายได้อย่างเท่าทันครับ
ตารางเปรียบเทียบ: ริดสีดวงทวาร VS มะเร็งลำไส้ใหญ่
เมื่อเกิดความผิดปกติในระบบขับถ่าย เราสามารถสังเกตลักษณะของเนื้ออุจจาระ พฤติกรรม และอาการร่วมอื่นๆ เพื่อแยกแยะความแตกต่างเบื้องต้นได้ดังนี้
|
จุดสังเกต |
ริดสีดวงทวาร |
มะเร็งลำไส้ใหญ่ |
|
ลักษณะของเลือด |
เลือดสีแดงสด มักหยดตามหลังอุจจาระ หรือติดทิชชูตอนเช็ด เลือดไม่ปนเนื้ออุจจาระ |
เลือดสีแดงคล้ำหรือสีเข้ม มักปนอยู่ภายในเนื้ออุจจาระ หรือมีมูกเลือดปนออกมาด้วย |
|
รูปทรงอุจจาระ |
ขนาดและลักษณะของอุจจาระค่อนข้างปกติ (ยกเว้นในรายที่มีอาการท้องผูกร่วมด้วย) |
อุจจาระมีขนาดเล็กลง ลีบแบนคล้ายแท่งดินสอ เนื่องจากมีก้อนเนื้อขัดขวางทางเดิน |
|
พฤติกรรมการขับถ่าย |
ถ่ายลำบากเนื่องจากมีหัวริดสีดวงหรือท้องผูก แต่พฤติกรรมการปวดท้องถ่ายยังคงเดิม |
มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีความรู้สึกถ่ายไม่สุดอยู่ตลอดเวลา |
|
อาการร่วมอื่นๆ |
คันหรือระคายเคืองรอบปากทวาร คลำพบก้อนเนื้อนิ่มๆ ปลิ้นโผล่ออกมาขณะเบ่งถ่าย |
ปวดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อเรื้อรัง อ่อนเพลีย ซีดเบื่ออาหาร และน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว |
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทาง
แม้จะพยายามสังเกตอาการข้างต้นแล้ว แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นทั้งโรครักษาริดสีดวงทวารและมีรอยโรคของมะเร็งลำไส้ใหญ่ซ่อนอยู่พร้อมๆ กัน ดังนั้น หากมีอาการดังต่อไปนี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด:
มีอาการถ่ายเป็นเลือดเรื้อรัง นานกว่า 1–2 สัปดาห์
พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน เช่น จากเดิมถ่ายทุกวัน กลายเป็นท้องผูกเรื้อรังหลายวันสลับท้องเสีย
มีภาวะโลหิตจาง ซีด อ่อนเพลีย โดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
มีประวัติบุคคลในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน
ปรับพฤติกรรม และตรวจคัดกรองเพื่อความอุ่นใจ
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่ค่อยๆ พัฒนาตัวอย่างช้าๆ จากติ่งเนื้อเล็กๆ ในผนังลำไส้ หากเราสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนและดำเนินการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ปัจจุบันทางการแพทย์มีเทคโนโลยี การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจเช็กสภาพภายในลำไส้ได้อย่างชัดเจน หากพบติ่งเนื้อที่มีความเสี่ยง แพทย์ก็สามารถทำหัตถการตัดออกได้ทันทีเพื่อลดโอกาสการพัฒนาไปสู่เนื้อร้ายในอนาคต
ร่วมดูแลสุขภาพทางเดินอาหารของคุณ
หากคุณพบความผิดปกติในการขับถ่าย หรือต้องการตรวจคัดกรองเพื่อความมั่นใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากทีมแพทย์เฉพาะทางได้ที่ แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา (THT)