Messenger

เทคโนโลยีการสลายนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะด้วยคลื่นกระแทกจากภายนอกร่างกาย ESWL

August 21 / 2026

 

     การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy หรือ ESWL) คือ เทคโนโลยีการรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ (ไต และท่อไต) โดยการใช้คลื่นกระแทกที่มีพลังงานสูงจากภายนอกร่างกายยิงตรงไปยังก้อนนิ่วเพื่อให้แตกตัวเป็นผงขนาดเล็กและขับออกทางปัสสาวะตามธรรมชาติ จุดเด่นคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีบาดแผล และคนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นขั้นตอน

 

พฤติกรรมที่อาจนำพา “นิ่ว” มาหาคุณ

          พฤติกรรมเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิด "นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ" ส่วนใหญ่เกิดจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารที่ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงจนตกผลึกกลายเป็นก้อนนิ่ว โดยสรุปพฤติกรรมอันตราย ได้ดังนี้

  1. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร
  • กินเค็มจัด (โซเดียมสูง) :  โซเดียมจะไปดึงแคลเซียมออกมาจากเลือดและขับออกทางปัสสาวะมากขึ้น ทำให้ปัสสาวะมีแคลเซียมสูงจนตกตะกอนเป็นนิ่ว
  • กินอาหารที่มี "ออกซาเลต" (Oxalate) สูงเกินไป : เช่น หน่อไม้, ผักเข้มๆ (ใบชะพลู, ยอดผัก), ถั่วบางชนิด หากทานปริมาณมากเกินไปโดยไม่รับประทานแคลเซียมร่วมด้วย ออกซาเลตจะไปจับกับแคลเซียมในระบบทางเดินปัสสาวะจนเกิดนิ่ว
  • กินเนื้อสัตว์สีแดงหรือเครื่องในมากเกินไป : อาหารกลุ่มนี้มีสารพิวรีนสูง ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น "กรดยูริก" ในปัสสาวะ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วยูริก
  • ติดรสหวาน : น้ำตาลฟรุกโตส (พบมากในน้ำหวานและน้ำอัดลม) สามารถเพิ่มการขับแคลเซียมและกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้

 

  1. พฤติกรรมการใช้ชีวิต
  • การขยับร่างกายน้อย : ผู้ที่นั่งทำงานนานๆ หรือผู้ป่วยที่นอนติดเตียง มักมีการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น และระบบขับถ่ายปัสสาวะทำงานได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร
  • ดื่มน้ำน้อยเกินไป : นี่คือสาเหตุอันดับ 1 เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ (น้อยกว่า 1.5-2 ลิตรต่อวัน) ปัสสาวะจะมีความเข้มข้นสูง สารต่างๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต และกรดยูริก จึงรวมตัวกันเป็นก้อนนิ่วได้ง่าย

 

  1. ปัจจัยเสริมอื่นๆ
  • การทานวิตามินซีเสริมปริมาณสูงเกินไป : (มากกว่า 2,000 mg ต่อวัน) ร่างกายอาจขับวิตามินซีส่วนเกินออกมาในรูปของออกซาเลตได้
  • ภาวะน้ำหนักตัวมากเกินไป : สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในปัสสาวะที่ส่งผลให้เกิดนิ่วได้ง่ายขึ้น

 

สัญญาณเตือนที่บอกว่า "มีนิ่ว" ในร่างกาย?

  • ปวดเสียดเฉียบพลัน : ปวดบริเวณบั้นเอว หรือปวดร้าวลงไปถึงขาหนีบ / หน้าท้อง

  • ปัสสาวะผิดปกติ : ปัสสาวะมีสีแดง (มีเลือดปน) หรือมีลักษณะขุ่นคล้ายน้ำล้างเนื้อ

  • ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ : มีไข้หนาวสั่น ร่วมกับอาการปัสสาวะแสบขัด

 

 

ESWL ทำงานอย่างไร ? ทำไมถึงสลายนิ่วได้โดยไม่ต้องผ่า ?

          เทคโนโลยี ESWL จะใช้เครื่องกำเนิดคลื่นกระแทก ยิงผ่านผิวหนังเข้าไปยังจุดที่พบนิ่ว โดยใช้ระบบ X-ray หรือ Ultrasound เป็นตัวนำทางที่แม่นยำ คลื่นกระแทกจะทำให้ก้อนนิ่วสั่นสะเทือนและแตกออกเป็นเม็ดทรายขนาดเล็กเพื่อให้ร่างกายขับออกเองได้

          ESWL เป็นหัตถการเฉพาะทางที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และเทคโนโลยีที่แม่นยำ โดยมี "ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ" (Urologist) เป็นหลักในการรักษา

ขั้นตอนที่ 1 : การตรวจวินิจฉัย (Diagnosis) เมื่อคนไข้มาด้วยอาการปวดหลังหรือปัสสาวะผิดปกติ แพทย์จะทำการตรวจเพื่อยืนยันตำแหน่งและขนาดของนิ่ว:

  • การตรวจปัสสาวะและเลือด: เพื่อดูการติดเชื้อและการทำงานของไต
  • การเอกซเรย์ช่องท้อง หรือการทำคอมพิวเตอร์สแกน (CT Scan) เพื่อดูว่านิ่วมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และมีความแข็งที่ไม่มากเกินไปจนคลื่นสลายไม่ได้

 

ขั้นตอนที่ 2 : การประเมินความเหมาะสม (Patient Selection) ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำ ESWL ได้ แพทย์จะตรวจสอบเงื่อนไขดังนี้

  • ต้องไม่มีการอุดตัน ของทางเดินปัสสาวะใต้ต่อก้อนนิ่ว (เพื่อให้เศษนิ่วไหลออกมาได้)
  • ไม่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือไม่ได้ทานยาละลายลิ่มเลือดที่หยุดไม่ได้
  • ไม่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์

 

ก่อนการรักษา

  • ตรวจสอบความพร้อมของร่างกายและการทำงานของไตตามคำแนะนำของแพทย์
  • แจ้งประวัติการทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาประจำตัวอย่างละเอียด
  • ไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหาร (ในบางกรณี) แต่ควรสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย

 

วันรับการรักษา

  • คนไข้จะนอนบนเตียงพิเศษที่มีเครื่องกำเนิดคลื่นกระแทก
  • แพทย์จะปรับตำแหน่งเครื่องให้ตรงกับก้อนนิ่วโดยใช้เครื่องเอกซเรย์นำทาง
  • เริ่มปล่อยคลื่นกระแทกจากภายนอกร่างกายเข้าสู่ก้อนนิ่ว (คนไข้จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาดีดเบาๆ บริเวณผิวหนัง)

 

การติดตามผล

  • หลังทำเสร็จ คนไข้สามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (ในกรณีส่วนใหญ่)
  • แพทย์จะนัดมาเอกซเรย์ซ้ำใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อดูว่านิ่วแตกและหลุดออกมาหมดหรือไม่

 

หลังการรักษา

  • ดื่มน้ำมากๆ (วันละ 2.5 - 3 ลิตร): เพื่อช่วย "ล้าง" เศษนิ่วที่แตกแล้วให้ออกมาพร้อมกับปัสสาวะ
  • สังเกตอาการ: อาจมีปัสสาวะสีชมพูหรือปวดตื้อๆ บริเวณบั้นเอวได้ในช่วง 1-2 วันแรก
  • เก็บเศษนิ่ว: หากพบเศษนิ่วหลุดออกมา ให้เก็บมาให้แพทย์ตรวจวิเคราะห์ประเภทของนิ่วเพื่อวางแผนป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
  • งดออกกำลังกายและยกของหนัก

 

          โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกอาการ เชิญชวนให้คุณก้าวเข้ามาพูดคุยและรับคำปรึกษาโดยตรงกับ เรามีทีมศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ (Urologist) ที่มีความเชี่ยวชาญสูง พร้อมเทคโนโลยีส่องกล้องที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์การรักษาที่แม่นยำและปลอดภัย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การวินิจฉัยจนถึงการฟื้นฟูร่างกาย เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่ คือ การ "ออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณที่สุด"