Messenger

"ปวดประจำเดือนมากจนต้องกินยาทุกเดือน" สัญญาณเตือนโรคช็อกโกแลตซีสต์ที่ผู้หญิง ต้องไม่ปล่อยทิ้งไว้

September 30 / 2026

 

           อาการปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้องรับประทานยาแก้ปวดปริมาณมากทุกเดือน ปวดร้าวลงหลัง ลามไปโคนขา หรือปวดทวารหนัก  ไม่ใช่เรื่องปกติทางธรรมชาติของผู้หญิง แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) รวมถึงโรคพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก โรคเหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจรักษาจากสูตินรีแพทย์ อาจส่งผลให้ซีสต์โตขึ้นจนเกิดการแตกรั่ว เสี่ยงต่อ ภาวะมีบุตรยาก และสร้างพังผืดดึงรั้งอวัยวะภายในช่องท้อง การรักษาโดยการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Laparoscopic Gynecological Surgery) คือแนวทางที่ช่วยให้การรักษานุ่มนวล เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และช่วยปกป้องมดลูกและรังไข่ให้ผู้หญิงวัยทำงานใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

          ผู้หญิงไทย ส่วนใหญ่เลือกที่จะอดทนทานยาแก้ปวดเองเรื่อย ๆ และมาพบแพทย์ช้ากว่าปกติถึง 4–7 ปี เนื่องจากเข้าใจผิดว่าการปวดประจำเดือนเป็นเรื่อง "ปกติธรรมดาที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ" สถิติทางสูตินรีเวชพบว่า ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 15–45 ปี) สูงถึง 10–15% เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ การปล่อยให้ช็อกโกแลตซีสต์โตเรื่อย ๆ จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อรังไข่โดยตรง ส่งผลให้อัตราการผลิตไข่คุณภาพดีลดลง และเกิดพังผืดอุดตัน (ท่อนำไข่) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการมีบุตรยากในคู่รักยุคใหม่

ผู้หญิงกลุ่มใดที่มีความเสี่ยงของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ : หากมีแม่ พี่สาว หรือน้องสาว เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป 3–7 เท่า

 

สังเกตอย่างไรว่า "อาการปวดประจำเดือน" ของเราเข้าข่ายอันตรายแล้ว?

  • ปวดประจำเดือนธรรมดา  : มักปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อยวันแรกๆ ของการมีประจำเดือน และเมื่อรับประทานยาแก้ปวดบรรเทาอาการ อาการจะเบาลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถทำงานได้ตามปกติ

  • ปวดประจำเดือนแบบมีโรคซ่อนอยู่ : ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ เดือน จากที่เคยทานยาแก้ปวด 1 เม็ดหาย กลายเป็นต้องเพิ่มเป็น 2-3 เม็ด หรือทานยาชนิดรุนแรงขึ้น, ปวดร้าวลงไปที่เอว หลัง หรือโคนขา, ปวดลึก ๆ บริเวณช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการปวดเกร็งทวารหนักขณะถ่ายอุจจาระช่วงมีประจำเดือน

 

          การยอมทนปวดประจำเดือนไม่ใช่ความแข็งแกร่ง แต่คือการเสียโอกาสในการปกป้องสุขภาพมดลูกและรังไข่" การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากสูตินรีแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ช่วยยับยั้งไม่ให้ช็อกโกแลตซีสต์ลุกลามจนทำลายโอกาสในการมีบุตร และช่วยให้ผู้หญิงทุกคนไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความปวดในทุก ๆ เดือน คืนความสดชื่นและความมั่นใจในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่

นวัตกรรมตรวจวินิจฉัยและผ่าตัดแผลเล็ก

          แผนกสูตินรีเวชมุ่งเน้นการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่ปกป้องมดลูกและรังไข่ของคนไข้ไว้ให้ได้มากที่สุด 

1. การตรวจวินิจฉัยแบบไม่เจ็บ (Non-Invasive Diagnostics)

  • อัลตราซาวนด์นรีเวช (Pelvic Ultrasound): ตรวจได้ทั้งทางช่องคลอด/ทางทวารหนัก (TVS/TRS) เพื่อดูมดลูก รังไข่ และความผิดปกติในอุ้งเชิงกราน

2. เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Laparoscopic Gynecological Surgery)

          เมื่อการรักษาด้วยยารอร์โมนหรือยาแก้ปวดไม่สามารถควบคุมอาการได้ หรือซีสต์มีขนาดใหญ่เกิน 4–5 เซนติเมตร เทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องคือทางเลือกที่เป็นมาตรฐานสากล

  • แผลขนาดจิ๋ว (MIS - Minimally Invasive Surgery) : แพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กเพียง 0.5–1 เซนติเมตร บริเวณหน้าท้องหรือสะดือ เพื่อสอดกล้องขยายภาพความละเอียดสูงเข้าไปเลาะเฉพาะถุงซีสต์ออก โดยรักษาเนื้อเยื่อรังไข่ส่วนที่ดีไว้
  • จุดเด่นด้านการฟื้นตัว : เจ็บแผลน้อยมาก เสียเลือดน้อย เกิดพังผืดหลังผ่าตัดต่ำกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม คนไข้พักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1–2 วัน และสามารถกลับไปทำงานใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

 

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจอัลตราซาวน์ช่องคลอด

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสม : ควรนัดหมายเข้ารับการตรวจอัลตราซาวนด์หลังประจำเดือนหมดสนิทประมาณ 3–7 วัน เพื่อให้เห็นภาพโครงสร้างมดลูกและรังไข่ชัดเจนที่สุด

  • จดบันทึกอาการปวด : บันทึกวันแรกและวันสุดท้ายของรอบเดือน ปริมาณยาแก้ปวดที่ใช้ และระดับความปวด เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์ประเมิน
  • ไม่ต้องกลัวการตรวจภายใน : หากยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แจ้งแพทย์และพยาบาลล่วงหน้า แพทย์จะเลือกใช้วิธีการตรวจผ่านทางหน้าท้องหรือทางทวารหนักที่เหมาะสมอย่างนุ่มนวล

 

การดูแลตัวเองหลังการรักษา/ผ่าตัดผ่านกล้อง

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก : งดยกของหนักและงดออกกำลังกายหักโหมในช่วง 2–4 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด

  • รับประทานยาฮอร์โมนตามแพทย์สั่ง : เพื่อป้องกันการเกิดช็อกโกแลตซีสต์ซ้ำซาก

  • มาพบแพทย์ตามนัด : เข้ารับการติดตามผลและตรวจเช็กระบบนรีเวชเป็นประจำทุก 6–12 เดือน

 

          โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราพร้อมดูแลทุกความกังวลใจเรื่องสุขภาพผู้หญิงด้วยทีมสูตินรีแพทย์และศัลยแพทย์ผ่านกล้องเฉพาะทาง เพียบพร้อมด้วยห้องปฏิบัติการวินิจฉัยและเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กที่ได้มาตรฐานสากล ในบรรยากาศคลินิกที่เป็นส่วนตัว อบอุ่น และเข้าใจความต้องการของผู้หญิง อีกทั้งยังสามารถเลือกหรือระบุแพทย์ที่ต้องการได้เพื่อความสบายใจของผู้รับบริการทุกคน