Messenger

ความสำคัญของการตรวจภายในของคุณสุภาพสตรี

September 30 / 2026

          การตรวจภายในประจำปีไม่ใช่แค่เรื่องของการหาโรคเมื่อมีอาการ แต่คือการ "ตรวจดักหน้า" เพื่อป้องกันโรคร้าย โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก ช็อกโกแลตซีสต์ และเนื้องอกมดลูก ซึ่งมักไม่แสดงอาการในระยะแรก การเจียดเวลาเพียง 10–15 นาทีปีละครั้งในการตรวจภายใน สามารถเปลี่ยนการรักษาที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่าย และรักษาชีวิตของผู้หญิงทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ความสำคัญของการตรวจภายในประจำทุกปี

          ตรวจพบ "มะเร็งปากมดลูก" ได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง  มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทย แต่ความจริงแล้ว มะเร็งชนิดนี้ป้องกันและรักษาให้หายขาดได้เกือบ 100% หากตรวจพบเร็ว

  • ค้นพบก่อนแสดงอาการ : การตรวจคัดกรองด้วยวิธี Pap Smear หรือ HPV DNA Test ในการตรวจภายใน สามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ผิดปกติได้ตั้งแต่ยังไม่พัฒนากลายเป็นมะเร็ง (ระยะก่อนเป็นมะเร็งมักใช้เวลาสะสม 5–10 ปีโดยไม่มีอาการใด ๆ เลย)
  • รักษาได้ทันท่วงที : หากพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น แพทย์สามารถทำการรักษาให้หายจากโรคได้

 

ค้นหา "ภัยเงียบ" ในช่องท้องที่ไม่มีการเตือนล่วงหน้า

          อวัยวะภายในอย่างมดลูกและรังไข่อยู่ลึกในอุ้งเชิงกราน เช่น ความผิดปกติบางอย่าง "ไม่แสดงอาการปวดหรือความผิดปกติใด ๆ "

  • ช็อกโกแลตซีสต์ / ถุงน้ำรังไข่ (Ovarian Cysts): อาจจะไม่มีอาการปวดท้อง การตรวจภายในร่วมกับการทำอัลตราซาวนด์จะช่วยให้พบซีสต์ได้ตั้งแต่ขนาดเล็ก ก่อนที่มันจะโตจนแตก รั่ว หรือเกิดการบิดขั้ว (Ovarian Torsion) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน
  • เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids

 

ปกป้องพังผืดในช่องท้อง

          โรคทางนรีเวชหลายชนิด เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจรักษา จะก่อให้เกิดพังผืดดึงรั้ง (ท่อนำไข่) จนอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการมีบุตรยากในผู้หญิงวัยทำงาน

 

ตรวจพบและรักษาโรคติดเชื้อในช่องคลอด/เชิงกราน

           บางครั้งอาการตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น หรืออาการคัน อาจไม่ได้เกิดจากเชื้อราทั่วไป แต่อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้น (เช่น เชื้อคลามีเดีย หรือหนองใน) ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ เชื้อสามารถลุกลามขึ้นไปทำให้ อุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID) และเกิดปวดท้องน้อยเรื้อรังได้

 

ได้รับการประเมินสุขภาพตามช่วงวัยอย่างเหมาะสม

  • วัยเจริญพันธุ์ : ตรวจเช็กความพร้อมสำหรับการมีบุตร ประเมินรอบประจำเดือน และวางแผนครอบครัว

  • วัยใกล้หมดประจำเดือน / วัยทอง : ประเมินภาวะมดลูกหย่อน เยื่อบุช่องคลอดแห้ง 

 

ใครบ้างที่ควรตรวจภายใน

  1. ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป
  2. ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว (ควรเริ่มตรวจหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกประมาณ 1–3 ปี ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม)
  3. ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ, มีเลือดออกกระปริดกระปรอย, ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ, ปวดลึก ๆ ขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีตกขาวสี/กลิ่นผิดปกติ (กลุ่มนี้ควรรีบพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบรอบปี)

 

          โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราพร้อมดูแลทุกความกังวลใจเรื่องสุขภาพผู้หญิงด้วยทีมสูตินรีแพทย์ เพียบพร้อมด้วยห้องปฏิบัติการวินิจฉัยและเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กที่ได้มาตรฐานสากล ในบรรยากาศคลินิกที่เป็นส่วนตัว อบอุ่น และเข้าใจความต้องการของผู้หญิง อีกทั้งยังสามารถเลือกหรือระบุแพทย์ที่ต้องการได้เพื่อความสบายใจของผู้รับบริการทุกคน