เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

การผ่าตัดไซนัสผ่านกล้อง (Functional Endoscopic Sinus Surgery หรือ FESS) คือ การรักษาโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อยา โดยแพทย์จะใช้กล้องเอ็นโดสโคปขนาดเล็กสอดเข้าทางรูจมูกเพื่อขยายช่องระบายไซนัสและกำจัดเนื้อเยื่อที่อักเสบออก ข้อดีคือไม่มีแผลผ่าตัดบริเวณใบหน้า ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อดีรอบข้าง และคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้นภายใน 1-2 วัน
เมื่ออาการ "ภูมิแพ้" ลุกลามเป็น "ไซนัส"
ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ทางจมูกที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง มีโอกาสพัฒนาเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังสูงถึง 40% เมื่อคนเป็นภูมิแพ้เจอกับสิ่งกระตุ้น (ฝุ่น, เกสร, ขนสัตว์) เยื่อบุในโพรงจมูกจะตอบสนองด้วยการ "บวม" และผลิตน้ำมูกออกมาจำนวนมากเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอม ตามปกติ "ไซนัส" (โพรงอากาศรอบจมูก) จะมีรูระบายเล็กๆ เพื่อถ่ายเทเมือกและอากาศเข้าสู่โพรงจมูก แต่เมื่อเยื่อบุจมูกจากข้อแรกบวมจนไป "ปิดทับรูระบาย" นี้ ทำให้ไซนัสกลายเป็นห้องปิดตาย เมื่อเมือกในไซนัสระบายออกไม่ได้ จึงเกิดการคั่งค้างและกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของแบคทีเรีย น้ำมูกที่เคยใสจึงเปลี่ยนเป็น "หนองข้นสีเหลืองหรือเขียว" และเกิดแรงดันจนทำให้เราปวดโหนกแก้มหรือหัวคิ้ว ซึ่งนี่คือภาวะ "ไซนัสอักเสบ"

วิธีสังเกต
ภูมิแพ้ธรรมดา: จามบ่อย, คันตา, น้ำมูกใส, มักเป็นช่วงเช้าหรือเมื่อเจอสิ่งกระตุ้น
ลุกลามเป็นไซนัส : ปวดหน่วงใบหน้า หัวคิ้ว หน้าผาก , น้ำมูกข้นเหลือง/เขียว, ได้กลิ่นลดลงหรือได้กลิ่นเหม็นในจมูก, อาจมีไข้ร่วมด้วย
ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ไซนัสอักเสบไม่ยอมหาย ?
โครงสร้างจมูก: ผนังกั้นช่องจมูกคด หรือมีริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps) ขวางทางระบาย
มลภาวะ: การอาศัยในพื้นที่ที่มีฝุ่นสูง หรือควันบุหรี่ โดยไม่มีเครื่องป้องกัน
การติดเชื้อซ้ำซาก: ติดเชื้อเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราที่ดื้อยาเนื่องจากการกินยาปฏิชีวนะไม่ครบกำหนด
เทคโนโลยี FESS พร้อมตัวช่วยเสริมมาใช้ร่วมกับ เพื่อประสิทธิภาพในการผ่าตัด
ในอดีตแพทย์ต้องผ่าเปิดใต้ริมฝีปากหรือกรีดผิวหนังหน้าเพื่อเข้าถึงไซนัส แต่ FESS คือการผ่าตัดผ่าน "รูจมูก" ทั้งหมด โดยใช้กล้องขยายภาพความละเอียดสูง ทำให้แพทย์เห็นความละเอียดของเส้นประสาทและหลอดเลือดได้ชัดเจน ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้ดีกว่าเดิม โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูงในการใช้เทคโนโลยีส่องกล้องรักษาโรคจมูกและไซนัส
ประกอบกับเทคโนโลยีเสริม ความแม่นยำที่เล็งตรงเป้า
High-Definition Endoscopy : กล้องส่องภาพคมชัดระดับ 4K ช่วยให้เห็นพยาธิสภาพในช่องจมูกที่ซับซ้อนได้ทุกซอกมุม
Microdebrider : เครื่องมือตัดและดูดเนื้อเยื่ออักเสบหรือริดสีดวงจมูกออกอย่างนุ่มนวล ลดอาการช้ำหลังผ่าตัด
ความสำคัญ 3 ด้านที่ทำให้ FESS โดดเด่นกว่าการผ่าตัดแบบเดิม
1. รักษาที่ "ต้นเหตุ" โดยยังรักษา การใช้งานเดิมไว้
FESS คือ การผ่าตัดที่มุ่งเน้นการรักษาสรีระเดิมของจมูกไว้ให้มากที่สุด แพทย์ไม่ได้เข้าไปตัดทำลายเนื้อเยื่อที่ยังดีอยู่เพียงแต่จะใช้กล้องส่องเพื่อเข้าไปและใช้เครื่องมือ Microdebider "ขยายช่องระบายจมูก" ที่ตีบตันให้เปิดออก เมื่อช่องระบายเปิด น้ำมูกและหนองที่ค้างอยู่จะไหลออกมาเองตามธรรมชาติ และอากาศจะเข้าไปถ่ายเทได้สะดวก ทำให้เนื้อเยื่อไซนัสค่อยๆ กลับมาแข็งแรงเองโดยไม่ต้องตัดทิ้งทั้งหมด
2. "ไร้แผลภายนอก" และฟื้นตัวไว (Minimal Invasive)
ทุกอย่างทำผ่านรูจมูกทั้งหมด ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าให้กังวล อาการปวดและบวมหลังผ่าตัดน้อยกว่าวิธีเดิมมาก คนไข้ส่วนใหญ่พักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1 คืน และกลับไปทำงานได้ภายในไม่กี่วัน
3. ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
การรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวในผู้ป่วยที่มีโครงสร้างจมูกผิดปกติ (เช่น ผนังกั้นจมูกคด หรือมีริดสีดวง) มักเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ FESS ช่วยปรับโครงสร้างภายในและกำจัดต้นตอของการอุดตัน ทำให้ยาพ่นจมูกหรือการล้างจมูกหลังผ่าตัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้โอกาสที่ไซนัสจะกลับมาอักเสบซ้ำลดลงอย่างมาก
4 ขั้นตอนการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด FESS
งดสั่งน้ำมูกแรงๆ : ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาจมีเสียงออกทางจมูกบ้างเล็กน้อย แต่ควรงดสั่งจมูกแรงๆ รวมถึงการไอและจาม ไม่ควรปิดปากเพื่อป้องกันเลือดออกและแรงดันในไซนัส
ล้างจมูกสม่ำเสมอ : ปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำเพื่อกำจัดคราบเลือดและเศษเนื้อเยื่อ ช่วยให้แผลแห้งไว แต่อุปกรณ์ที่ล้างจมูกต้องสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
หลีกเลี่ยงฝุ่นและควัน : ไม่ควรออกไปในพื้นที่เสี่ยง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใส่หน้ากากอนามัยแบบที่กัน PM 2.5 ทุกครั้งเมื่อออกกลางแจ้ง
พักผ่อนให้เพียงพอ พักร่างกายก่อน : งดออกกำลังกายหนักหรือยกของหนักในช่วงสัปดาห์แรก และควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอตามที่แพทย์แนะนำ
โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกอาการ เชิญชวนให้คุณก้าวเข้ามาพูดคุยและรับคำปรึกษาโดยตรงกับ ทีมแพทย์เฉพาะทาง ของเรา เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่คือการ "ออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณที่สุด"