Messenger

ไขข้อข้องใจ ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

July 09 / 2026

 

          หลายครั้งเมื่อมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืดแน่นท้องบ่อยๆ หรือขับถ่ายผิดปกติ และแพทย์แนะนำให้รับการ "ส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร" ความรู้สึกแรกของหลายๆ คนมักจะตามมาด้วยความกังวล กลัวเจ็บ หรือกลัวความยุ่งยากในการเตรียมตัว จนทำให้ปฏิเสธการตรวจและอาจพลาดโอกาสในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

          ในความเป็นจริงปัจจุบัน เทคโนโลยีการส่องกล้องทางการแพทย์ได้รับการพัฒนาไปไกลมาก ทั้งในด้านความละเอียดของกล้อง และกระบวนการที่ช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายและผ่อนคลายตลอดการตรวจ แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา จึงอยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการส่องกล้อง เพื่อทลายความกลัวและรู้เท่าทันสุขภาพภายในของตนเองครับ

 

การส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร มีกี่ประเภท?

          การส่องกล้อง (Endoscopy) คือการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ยืดหยุ่นได้ดี และมีกล้องความละเอียดสูงอยู่ที่ส่วนปลาย ส่องเข้าไปตรวจดูพื้นผิวภายในเยื่อบุระบบทางเดินอาหาร โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามตำแหน่งที่ตรวจ ดังนี้

 

ประเภทการส่องกล้อง

บริเวณที่ตรวจเช็ก

อาการที่ควรเข้ารับการตรวจ

ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Gastroscopy)

หลอดอาหาร, กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น

ปวดลิ้นปี่เรื้อรัง, แสบร้อนกลางอก (กรดไหลย้อน), กลืนลำบาก, คลื่นไส้อาเจียนบ่อย หรือสงสัยว่ามีแผลในกระเพาะอาหาร

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colonoscopy)

ลำไส้ใหญ่ทั้งหมด จนถึงส่วนปลายของลำไส้เล็ก

ท้องผูกสลับท้องเสีย, อุจจาระลำเล็กลง, ถ่ายมีเลือดปน, น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

 

ทำไมการส่องกล้องถึงสำคัญและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ?

          เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจภายนอกทั่วไป การส่องกล้องมีข้อดีที่โดดเด่นและช่วยให้การดูแลรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจาก:

  • เห็นภาพจริงชัดเจน: แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติ เช่น รอยแดง แผล ติ่งเนื้อ หรือจุดเลือดออก บนผนังทางเดินอาหารได้โดยตรงผ่านหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง

  • ตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจได้ทันที: หากแพทย์พบเนื้อเยื่อที่สงสัย หรือติ่งเนื้อ (Polyp) ที่อาจพัฒนาไปเป็นเนื้อร้ายในอนาคต แพทย์สามารถใช้เครื่องมือขนาดเล็กผ่านสายส่องกล้องเพื่อตัดชิ้นเนื้อมาตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือตัดติ่งเนื้อนั้นออกได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

  • ช่วยในการวางแผนรักษา: ผลที่ได้จากการส่องกล้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัย และวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพโรคของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

 

หมดกังวล... การส่องกล้องในปัจจุบันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

          เพื่อลดความกังวลของผู้รับบริการ ในกระบวนการส่องกล้องส่วนใหญ่ แพทย์จะมีการพิจารณาใช้ ยาชาเฉพาะที่ ร่วมกับ การให้ยานอนหลับชนิดตื้น (Sedation) โดยทีมวิสัญญีแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลาย เคลิ้มหลับ และไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างที่ทำหัตถการ โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนเพียง 10 ถึง 15 นาที และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ประมาณ 20 ถึง 30 นาทีเท่านั้น หลังจากทำเสร็จและพักฟื้นจนตื่นดีแล้ว ก็สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ในวันเดียวกัน

 

การเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนเข้ารับการส่องกล้อง

          เพื่อให้การส่องกล้องเป็นไปอย่างราบรื่นและมองเห็นภายในได้อย่างชัดเจน ผู้รับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น:

  • การงดน้ำและอาหาร : สำหรับการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน ต้องงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ถึง 8 ชั่วโมงก่อนการตรวจ

  • การเตรียมลำไส้ : สำหรับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จะต้องมีการรับประทานยาระบายตามที่แพทย์จัดให้ เพื่อเคลียร์ลำไส้ให้สะอาด ไม่มีกากอาหารตกค้างบดบังสายตาของกล้อง

  • แจ้งประวัติสุขภาพ: ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ (โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด) และประวัติการแพ้ยาทุกครั้ง

 

ตรวจเช็กเพื่อความมั่นใจ สบายใจในทุกขั้นตอน

          อาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหารเพียงเล็กน้อย หากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรังอาจลุกลามเป็นปัญหาสุขภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ การเข้ารับการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีการส่องกล้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

 

วางใจให้เราดูแลระบบทางเดินอาหารของคุณ

          แผนกทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา (THT) พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือทำนัดหมายล่วงหน้า : แผนกทางเดินอาหารและตับ