Messenger

"ส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ" มาทำความรู้จัก Flexible Cystoscopy นวัตกรรมเลนส์นิ่ม เจ็บน้อย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

August 21 / 2026

 

          Flexible Cystoscopy คือ การใช้กล้องส่องตรวจที่มีลักษณะเป็นสายอ่อนขนาดเล็กและยืดหยุ่นสูง สอดผ่านท่อปัสสาวะเพื่อเข้าไปตรวจดูความผิดปกติภายในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ออกแบบมาเพื่อลดความกังวล เปลี่ยนภาพจำที่น่ากลัวของการตรวจทางเดินปัสสาวะให้เป็นการตรวจที่ "ง่าย เจ็บน้อย และรวดเร็ว"

 

          ข้อดี คือ คนไข้จะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าการใช้กล้องแบบเก่าอย่างมาก ม่จำเป็นต้องดมยาสลบ สามารถทำได้โดยการใช้ยาชาเฉพาะจุด และใช้เวลาตรวจเพียง 5-10 นาที ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยนิ่ว เนื้องอก ต่อมลูกหมากโต หรืออาการอักเสบภายในกระเพาะปัสาวะได้อย่างแม่นยำ

 

มาตรฐานใหม่ของการวินิจฉัยทางเดินปัสสาวะ

          Flexible Cystoscopy คือ การตรวจที่รวมความแม่นยำและความสบายของคนไข้เข้าไว้ด้วยกัน" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์เห็นระบบการทำงานภายในร่างกายด้วยตาตนเองผ่านจอภาพความละเอียดสูง สามารถระบุความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง หรือเนื้องอกได้อย่างชัดเจน ช่วยให้การวางแผนรักษารวดเร็วและตรงจุด 

          ผู้ที่มีอาการปัสสาวะเป็นเลือดแบบไม่มีอาการปวด หากได้รับการส่องกล้องตรวจทันที จะช่วยระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้มากกว่า 80% โดยที่การส่องกล้องช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบมะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะเริ่มต้นได้สูงกว่าการทำอัลตราซาวนด์เพียงอย่างเดียวถึง 40 - 60%

 

 

สัญญาณแบบไหนที่ "ส่องกล้อง" จะช่วยคุณได้ ?

  • ปัสสาวะเป็นเลือด : ไม่ว่าจะเห็นด้วยตาเปล่าหรือตรวจพบเม็ดเลือดแดงผ่านกล้องในการตรวจสุขภาพ

  • ปัสสาวะผิดปกติเรื้อรัง : เช่น ปัสสาวะแสบขัด ฉี่ไม่สุด หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น

  • สงสัยนิ่วหรือเนื้องอก : เมื่อการเอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์เห็นภาพไม่ชัดเจน ลำดับการวินิจฉัยต่อไปแพทย์จะพิจารณาส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยอาการได้ชัดเจนมากขึ้น

  • การติดตามผล : ใช้ติดตามหลังการรักษาเนื้องอกกระเพาะปัสสาวะเพื่อเฝ้าระวังการเกิดซ้ำ

 

"กลุ่มเสี่ยง" ที่ควรเข้ารับการตรวจ Flexible Cystoscopy ?

  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัด (ถือปัจจัยหลักของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ)
  • ผู้ที่ทำงานสัมผัสสารเคมี อุตสาหกรรมสีย้อม หรือยาง
  • ผู้ชายที่มีอาการต่อมลูกหมากโตและมีปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ

 

ลำดับขั้นตอน การตรวจ Flexible Cystoscopy โดยแพทย์

ก่อนการตรวจ

  • ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร (เนื่องจากใช้เพียงยาชาเฉพาะที่)
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือการทานยาละลายลิ่มเลือดให้แพทย์ทราบ

 

ขณะการตรวจ

  • แพทย์จะทำความสะอาดและใส่เจลยาชาที่ท่อปัสสาวะ
  • คนไข้จะรู้สึกตึงๆ เล็กน้อยขณะกล้องผ่านหูรูดปัสสาวะ แพทย์จะให้นอนในท่าที่สบายและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

 

หลังการตรวจ

  • ดื่มน้ำมากๆ : เพื่อช่วยล้างท่อปัสสาวะและลดอาการแสบขัด
  • อาการปกติ : อาจมีอาการปัสสาวะแสบเล็กน้อยหรือปัสสาวะมีสีชมพูจางๆ ใน 1-2 ครั้งแรก ซึ่งจะหายไปเองภายใน 24 ชม.
  • หากมีไข้ : หรือปัสสาวะไม่ออก มีเลือดออกเข้มข้น ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที

 

 

สิ่งที่เราจะได้ทราบหลังการตรวจ Flexible Cystoscopy

1. ความผิดปกติภายในกระเพาะปัสสาวะ

  • การอักเสบ : ดูว่ามีอาการแดง บวม หรือเป็นแผลเรื้อรัง (Cystitis) หรือไม่

  • เนื้องอก (Tumors) : ตรวจพบก้อนเนื้อที่ผิดปกติ แม้จะมีขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ซึ่งมักเป็นสาเหตุของปัสสาวะเป็นเลือด
  • กระเปาะของผนังกระเพาะปัสสาวะ : ดูว่ามีผนังกระเพาะปัสสาวะส่วนที่หย่อนเป็นกระเปาะ ซึ่งอาจเป็นที่สะสมของเชื้อโรคหรือนิ่วหรือไม่

 

2. การตรวจพบนิ่ว (Bladder Stones)

          กล้องสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่ามี นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือไม่ รวมถึงทราบจำนวน ขนาด และลักษณะของนิ่ว เพื่อวางแผนการรักษาในขั้นตอนถัดไป

 

3. การอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ (Obstruction Check)

          สำหรับผู้ชาย แพทย์จะสามารถประเมิน "ต่อมลูกหมาก" ได้อย่างชัดเจน

  • ดูว่าต่อมลูกหมากโตจนเบียดท่อปัสสาวะมากน้อยแค่ไหน (BPH)
  • ตรวจดูว่ามี ท่อปัสสาวะตีบตัน (Urethral Stricture) จากพังผืดหรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะลำบากหรือถ่ายไม่สุด

 

4. รูเปิดของท่อนำปัสสาวะจากไต (Ureteral Orifices)

         แพทย์จะตรวจสอบรูเปิดที่ส่งปัสสาวะลงมาจากไตทั้ง 2 ข้าง

  • ดูการทำงานว่ามีปัสสาวะไหลลงมาปกติหรือไม่
  • ตรวจเช็กว่ามีเลือดหรือหนองไหลออกมาจากท่อไตข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ ซึ่งจะช่วยระบุได้ว่าต้นตอของเลือดมาจากไตหรือมาจากกระเพาะปัสสาวะกันแน่

 

5. ความจุและการทำงานเบื้องต้น (Bladder Capacity)

          ขณะส่องกล้อง แพทย์จะใส่น้ำเกลือเพื่อขยายกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ทราบว่า

  • กระเพาะปัสสาวะของคุณรองรับน้ำได้ในปริมาณปกติหรือไม่
  • มีอาการไวเกิน (Overactive Bladder) หรือมีอาการเจ็บปวดขณะที่กระเพาะปัสสาวะขยายตัวหรือไม่

 

          โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกอาการ เชิญชวนให้คุณก้าวเข้ามาพูดคุยและรับคำปรึกษาโดยตรงกับ เรามีทีมศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ (Urologist) ที่มีความเชี่ยวชาญสูง พร้อมเทคโนโลยีส่องกล้องที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์การรักษาที่แม่นยำและปลอดภัย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การวินิจฉัยจนถึงการฟื้นฟูร่างกาย เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่คือการ "ออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณที่สุด"