เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

Flexible Cystoscopy คือ การใช้กล้องส่องตรวจที่มีลักษณะเป็นสายอ่อนขนาดเล็กและยืดหยุ่นสูง สอดผ่านท่อปัสสาวะเพื่อเข้าไปตรวจดูความผิดปกติภายในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ออกแบบมาเพื่อลดความกังวล เปลี่ยนภาพจำที่น่ากลัวของการตรวจทางเดินปัสสาวะให้เป็นการตรวจที่ "ง่าย เจ็บน้อย และรวดเร็ว"
ข้อดี คือ คนไข้จะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าการใช้กล้องแบบเก่าอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ สามารถทำได้โดยการใช้ยาชาเฉพาะจุด และใช้เวลาตรวจเพียง 5-10 นาที ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยนิ่ว เนื้องอก ต่อมลูกหมากโต หรืออาการอักเสบภายในกระเพาะปัสาวะได้อย่างแม่นยำ
มาตรฐานใหม่ของการวินิจฉัยทางเดินปัสสาวะ
Flexible Cystoscopy คือ การตรวจที่รวมความแม่นยำและความสบายของคนไข้เข้าไว้ด้วยกัน" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์เห็นระบบการทำงานภายในร่างกายด้วยตาตนเองผ่านจอภาพความละเอียดสูง สามารถระบุความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง หรือเนื้องอกได้อย่างชัดเจน ช่วยให้การวางแผนรักษารวดเร็วและตรงจุด
ผู้ที่มีอาการปัสสาวะเป็นเลือดแบบไม่มีอาการปวด หากได้รับการส่องกล้องตรวจทันที จะช่วยระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้มากกว่า 80% โดยที่การส่องกล้องช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบมะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะเริ่มต้นได้สูงกว่าการทำอัลตราซาวนด์เพียงอย่างเดียวถึง 40 - 60%

สัญญาณแบบไหนที่ "ส่องกล้อง" จะช่วยคุณได้ ?
ปัสสาวะเป็นเลือด : ไม่ว่าจะเห็นด้วยตาเปล่าหรือตรวจพบเม็ดเลือดแดงผ่านกล้องในการตรวจสุขภาพ
ปัสสาวะผิดปกติเรื้อรัง : เช่น ปัสสาวะแสบขัด ฉี่ไม่สุด หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น
สงสัยนิ่วหรือเนื้องอก : เมื่อการเอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์เห็นภาพไม่ชัดเจน ลำดับการวินิจฉัยต่อไปแพทย์จะพิจารณาส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยอาการได้ชัดเจนมากขึ้น
"กลุ่มเสี่ยง" ที่ควรเข้ารับการตรวจ Flexible Cystoscopy ?
ลำดับขั้นตอน การตรวจ Flexible Cystoscopy โดยแพทย์
ก่อนการตรวจ
ขณะการตรวจ
หลังการตรวจ

สิ่งที่เราจะได้ทราบหลังการตรวจ Flexible Cystoscopy
1. ความผิดปกติภายในกระเพาะปัสสาวะ
การอักเสบ : ดูว่ามีอาการแดง บวม หรือเป็นแผลเรื้อรัง (Cystitis) หรือไม่
2. การตรวจพบนิ่ว (Bladder Stones)
กล้องสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่ามี นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือไม่ รวมถึงทราบจำนวน ขนาด และลักษณะของนิ่ว เพื่อวางแผนการรักษาในขั้นตอนถัดไป
3. การอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ (Obstruction Check)
สำหรับผู้ชาย แพทย์จะสามารถประเมิน "ต่อมลูกหมาก" ได้อย่างชัดเจน
4. รูเปิดของท่อนำปัสสาวะจากไต (Ureteral Orifices)
แพทย์จะตรวจสอบรูเปิดที่ส่งปัสสาวะลงมาจากไตทั้ง 2 ข้าง
5. ความจุและการทำงานเบื้องต้น (Bladder Capacity)
ขณะส่องกล้อง แพทย์จะใส่น้ำเกลือเพื่อขยายกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ทราบว่า
โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกอาการ เชิญชวนให้คุณก้าวเข้ามาพูดคุยและรับคำปรึกษาโดยตรงกับ เรามีทีมศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ (Urologist) ที่มีความเชี่ยวชาญสูง พร้อมเทคโนโลยีส่องกล้องที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์การรักษาที่แม่นยำและปลอดภัย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การวินิจฉัยจนถึงการฟื้นฟูร่างกาย เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่คือการ "ออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณที่สุด"