เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

อาการปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้องรับประทานยาแก้ปวดปริมาณมากทุกเดือน ปวดร้าวลงหลัง ลามไปโคนขา หรือปวดทวารหนัก ไม่ใช่เรื่องปกติทางธรรมชาติของผู้หญิง แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) รวมถึงโรคพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก โรคเหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจรักษาจากสูตินรีแพทย์ อาจส่งผลให้ซีสต์โตขึ้นจนเกิดการแตกรั่ว เสี่ยงต่อ ภาวะมีบุตรยาก และสร้างพังผืดดึงรั้งอวัยวะภายในช่องท้อง การรักษาโดยการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Laparoscopic Gynecological Surgery) คือแนวทางที่ช่วยให้การรักษานุ่มนวล เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และช่วยปกป้องมดลูกและรังไข่ให้ผู้หญิงวัยทำงานใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
ผู้หญิงไทย ส่วนใหญ่เลือกที่จะอดทนทานยาแก้ปวดเองเรื่อย ๆ และมาพบแพทย์ช้ากว่าปกติถึง 4–7 ปี เนื่องจากเข้าใจผิดว่าการปวดประจำเดือนเป็นเรื่อง "ปกติธรรมดาที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ" สถิติทางสูตินรีเวชพบว่า ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 15–45 ปี) สูงถึง 10–15% เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ การปล่อยให้ช็อกโกแลตซีสต์โตเรื่อย ๆ จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อรังไข่โดยตรง ส่งผลให้อัตราการผลิตไข่คุณภาพดีลดลง และเกิดพังผืดอุดตัน (ท่อนำไข่) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการมีบุตรยากในคู่รักยุคใหม่

ผู้หญิงกลุ่มใดที่มีความเสี่ยงของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ : หากมีแม่ พี่สาว หรือน้องสาว เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป 3–7 เท่า
สังเกตอย่างไรว่า "อาการปวดประจำเดือน" ของเราเข้าข่ายอันตรายแล้ว?
ปวดประจำเดือนธรรมดา : มักปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อยวันแรกๆ ของการมีประจำเดือน และเมื่อรับประทานยาแก้ปวดบรรเทาอาการ อาการจะเบาลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถทำงานได้ตามปกติ
การยอมทนปวดประจำเดือนไม่ใช่ความแข็งแกร่ง แต่คือการเสียโอกาสในการปกป้องสุขภาพมดลูกและรังไข่" การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากสูตินรีแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ช่วยยับยั้งไม่ให้ช็อกโกแลตซีสต์ลุกลามจนทำลายโอกาสในการมีบุตร และช่วยให้ผู้หญิงทุกคนไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความปวดในทุก ๆ เดือน คืนความสดชื่นและความมั่นใจในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่

นวัตกรรมตรวจวินิจฉัยและผ่าตัดแผลเล็ก
แผนกสูตินรีเวชมุ่งเน้นการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่ปกป้องมดลูกและรังไข่ของคนไข้ไว้ให้ได้มากที่สุด
1. การตรวจวินิจฉัยแบบไม่เจ็บ (Non-Invasive Diagnostics)
อัลตราซาวนด์นรีเวช (Pelvic Ultrasound): ตรวจได้ทั้งทางช่องคลอด/ทางทวารหนัก (TVS/TRS) เพื่อดูมดลูก รังไข่ และความผิดปกติในอุ้งเชิงกราน
2. เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Laparoscopic Gynecological Surgery)
เมื่อการรักษาด้วยยารอร์โมนหรือยาแก้ปวดไม่สามารถควบคุมอาการได้ หรือซีสต์มีขนาดใหญ่เกิน 4–5 เซนติเมตร เทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องคือทางเลือกที่เป็นมาตรฐานสากล
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจอัลตราซาวน์ช่องคลอด
ช่วงเวลาที่เหมาะสม : ควรนัดหมายเข้ารับการตรวจอัลตราซาวนด์หลังประจำเดือนหมดสนิทประมาณ 3–7 วัน เพื่อให้เห็นภาพโครงสร้างมดลูกและรังไข่ชัดเจนที่สุด
การดูแลตัวเองหลังการรักษา/ผ่าตัดผ่านกล้อง
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก : งดยกของหนักและงดออกกำลังกายหักโหมในช่วง 2–4 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
รับประทานยาฮอร์โมนตามแพทย์สั่ง : เพื่อป้องกันการเกิดช็อกโกแลตซีสต์ซ้ำซาก
โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราพร้อมดูแลทุกความกังวลใจเรื่องสุขภาพผู้หญิงด้วยทีมสูตินรีแพทย์และศัลยแพทย์ผ่านกล้องเฉพาะทาง เพียบพร้อมด้วยห้องปฏิบัติการวินิจฉัยและเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กที่ได้มาตรฐานสากล ในบรรยากาศคลินิกที่เป็นส่วนตัว อบอุ่น และเข้าใจความต้องการของผู้หญิง อีกทั้งยังสามารถเลือกหรือระบุแพทย์ที่ต้องการได้เพื่อความสบายใจของผู้รับบริการทุกคน