เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

"อาการปวดท้อง" เป็นอาการยอดฮิตที่หลายคนมักมองข้ามและคิดว่าเดี๋ยวก็หายไปเอง แต่รู้หรือไม่ว่าช่องท้องของเราเป็นที่อยู่ของอวัยวะสำคัญ การที่เรารู้สึกปวดท้องในตำแหน่งที่แตกต่างกัน อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังบ่งบอกถึงความผิดปกติของอวัยวะ
แผนกทางเดินอาหารและตับ
โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา
ขอพาคุณมาร่วมเช็กตำแหน่งอาการปวดท้องทั้ง 9 จุด เพื่อประเมินความเสี่ยง
แบ่งโซนความปวด 9 ตำแหน่ง บอกโรคอะไรได้บ้าง ?
ช่องท้องของเราสามารถแบ่งออกเป็น 9 ส่วนหลักๆ ซึ่งแต่ละส่วนมีความเชื่อมโยงกับอวัยวะภายใน ดังนี้
1. ปวดบริเวณใต้ชายโครงขวา (ตับ, ถุงน้ำดี, ลำไส้ใหญ่ส่วนบน)
นิ่วในถุงน้ำดี / ถุงน้ำดีอักเสบ - มักมีอาการปวดรุนแรง เป็นๆ หายๆ อาจร้าวไปถึงไหล่ขวา โดยเฉพาะหลังทานอาหารมัน
ตับอักเสบ - มักมีอาการจุกเสียด แน่นท้อง ร่วมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
2. ปวดบริเวณลิ้นปี่ (กระเพาะอาหาร, ตับอ่อน, ตับ, ลำไส้เล็กส่วนต้น)
โรคกระเพาะอาหาร / กรดไหลย้อน - มีอาการจุก แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรือปวดเวลาหิวและอิ่ม
ตับอ่อนอักเสบ - ปวดรุนแรงเฉียบพลัน อาจร้าวทะลุไปถึงหลัง มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
3. ปวดบริเวณใต้ชายโครงซ้าย (ม้าม, กระเพาะอาหาร, ลำไส้ใหญ่ส่วนบน)
มักสัมพันธ์กับความผิดปกติของ ม้าม เช่น ม้ามโต หรืออาจเกิดจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
4. ปวดบริเวณบั้นเอวขวา (ไตขวา, ท่อไต, ลำไส้ใหญ่)
นิ่วในไต / กรวยไตอักเสบ - ปวดเกร็ง ร้าวไปที่ต้นขา อาจมีปัสสาวะแสบขัด หรือมีสีขุ่น/ปนเลือด
ลำไส้อักเสบ - อาจมีอาการปวดเกร็งร่วมกับความผิดปกติของการขับถ่าย
5. ปวดบริเวณรอบสะดือ (ลำไส้เล็ก)
ไส้ติ่งอักเสบ (ระยะเริ่มต้น) - มักเริ่มปวดตื้อๆ รอบสะดือ ก่อนจะย้ายไปปวดอย่างรุนแรงที่ท้องน้อยด้านขวา
ลำไส้อักเสบ / ท้องร่วง - ปวดบิดๆ เกร็งๆ มีอาการถ่ายเหลว คลื่นไส้
6. ปวดบริเวณบั้นเอวซ้าย (ไตซ้าย, ท่อไต, ลำไส้ใหญ่)
เช่นเดียวกับบั้นเอวขวา มักเป็นสัญญาณของ โรคไต เช่น นิ่วในไต กรวยไตอักเสบ หรือลำไส้ใหญ่ผิดปกติ
7. ปวดบริเวณท้องน้อยขวา (ไส้ติ่ง, ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น, ปีกมดลูกขวา)
ไส้ติ่งอักเสบ - ปวดรุนแรง กดแล้วเจ็บ หรือเมื่อขยับตัวจะยิ่งปวด หากปล่อยไว้อาจไส้ติ่งแตก เป็นอันตรายถึงชีวิต
ปีกมดลูกอักเสบ / ซีสต์รังไข่ (ในผู้หญิง) - ปวดหน่วงๆ อาจมีตกขาวผิดปกติร่วมด้วย
8. ปวดบริเวณท้องน้อยตรงกลาง (กระเพาะปัสสาวะ, มดลูก)
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ - ปวดหน่วงๆ ร่วมกับอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย แสบขัด
ปวดประจำเดือน / มดลูกผิดปกติ (ในผู้หญิง) - ปวดเกร็งตามรอบเดือน หรือหากปวดรุนแรงอาจเสี่ยงโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
9. ปวดบริเวณท้องน้อยซ้าย (ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย, ปีกมดลูกซ้าย)
กระเปาะลำไส้ใหญ่อักเสบ - ปวดเกร็งเรื้อรัง อาจมีไข้ หรือระบบขับถ่ายผิดปกติร่วมด้วย
ปัญหาจากรังไข่หรือปีกมดลูกซ้าย (ในผู้หญิง) - เช่นเดียวกับบริเวณท้องน้อยขวา
สัญญาณอันตราย! ที่ควรรีบพบแพทย์ทันที
หากคุณมีอาการปวดท้องร่วมกับ "สัญญาณ เหล่านี้ ไม่ควรซื้อยาทานเอง แต่ควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วน:
ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน หรือปวดจนทนไม่ไหว
มีไข้สูง หนาวสั่น
อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือด / ถ่ายดำ
ตัวเหลือง ตาเหลือง
คลำพบก้อนในช่องท้อง
น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
อย่าปล่อยให้ความปวด เป็นความเคยชิน
อาการปวดท้องอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ อย่างอาหารไม่ย่อย แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยหาสาเหตุ และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการปวดท้องเรื้อรัง หรือมีความกังวลเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและตับสามารถเข้ารับการปรึกษาและตรวจวินิจฉัยได้ที่ แผนกทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนาเราพร้อมดูแลและให้คำแนะนำ เพื่อให้คุณกลับมามีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำนัดหมายได้ที่ : แผนกทางเดินอาหารและตับ