Messenger

เช็กพิกัดความปวด สัญญาณเตือนที่ร่างกายบอกคุณ

July 09 / 2026

 

          "อาการปวดท้อง" เป็นอาการยอดฮิตที่หลายคนมักมองข้ามและคิดว่าเดี๋ยวก็หายไปเอง แต่รู้หรือไม่ว่าช่องท้องของเราเป็นที่อยู่ของอวัยวะสำคัญ การที่เรารู้สึกปวดท้องในตำแหน่งที่แตกต่างกัน อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังบ่งบอกถึงความผิดปกติของอวัยวะ

 

แผนกทางเดินอาหารและตับ

โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา

ขอพาคุณมาร่วมเช็กตำแหน่งอาการปวดท้องทั้ง 9 จุด เพื่อประเมินความเสี่ยง

 

 

แบ่งโซนความปวด 9 ตำแหน่ง บอกโรคอะไรได้บ้าง ?

          ช่องท้องของเราสามารถแบ่งออกเป็น 9 ส่วนหลักๆ ซึ่งแต่ละส่วนมีความเชื่อมโยงกับอวัยวะภายใน ดังนี้

1. ปวดบริเวณใต้ชายโครงขวา (ตับ, ถุงน้ำดี, ลำไส้ใหญ่ส่วนบน)

  • นิ่วในถุงน้ำดี / ถุงน้ำดีอักเสบ - มักมีอาการปวดรุนแรง เป็นๆ หายๆ อาจร้าวไปถึงไหล่ขวา โดยเฉพาะหลังทานอาหารมัน

  • ตับอักเสบ - มักมีอาการจุกเสียด แน่นท้อง ร่วมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)

 

2. ปวดบริเวณลิ้นปี่ (กระเพาะอาหาร, ตับอ่อน, ตับ, ลำไส้เล็กส่วนต้น)

  • โรคกระเพาะอาหาร / กรดไหลย้อน - มีอาการจุก แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรือปวดเวลาหิวและอิ่ม

  • ตับอ่อนอักเสบ - ปวดรุนแรงเฉียบพลัน อาจร้าวทะลุไปถึงหลัง มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

 

3. ปวดบริเวณใต้ชายโครงซ้าย (ม้าม, กระเพาะอาหาร, ลำไส้ใหญ่ส่วนบน)

  • มักสัมพันธ์กับความผิดปกติของ ม้าม เช่น ม้ามโต หรืออาจเกิดจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

 

4. ปวดบริเวณบั้นเอวขวา (ไตขวา, ท่อไต, ลำไส้ใหญ่)

  • นิ่วในไต / กรวยไตอักเสบ -  ปวดเกร็ง ร้าวไปที่ต้นขา อาจมีปัสสาวะแสบขัด หรือมีสีขุ่น/ปนเลือด

  • ลำไส้อักเสบ -  อาจมีอาการปวดเกร็งร่วมกับความผิดปกติของการขับถ่าย

 

5. ปวดบริเวณรอบสะดือ (ลำไส้เล็ก)

  • ไส้ติ่งอักเสบ (ระยะเริ่มต้น) - มักเริ่มปวดตื้อๆ รอบสะดือ ก่อนจะย้ายไปปวดอย่างรุนแรงที่ท้องน้อยด้านขวา

  • ลำไส้อักเสบ / ท้องร่วง -  ปวดบิดๆ เกร็งๆ มีอาการถ่ายเหลว คลื่นไส้

 

6. ปวดบริเวณบั้นเอวซ้าย (ไตซ้าย, ท่อไต, ลำไส้ใหญ่)

  • เช่นเดียวกับบั้นเอวขวา มักเป็นสัญญาณของ โรคไต เช่น นิ่วในไต กรวยไตอักเสบ หรือลำไส้ใหญ่ผิดปกติ

 

7. ปวดบริเวณท้องน้อยขวา (ไส้ติ่ง, ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น, ปีกมดลูกขวา)

  • ไส้ติ่งอักเสบ -  ปวดรุนแรง กดแล้วเจ็บ หรือเมื่อขยับตัวจะยิ่งปวด หากปล่อยไว้อาจไส้ติ่งแตก เป็นอันตรายถึงชีวิต

  • ปีกมดลูกอักเสบ / ซีสต์รังไข่ (ในผู้หญิง) -  ปวดหน่วงๆ อาจมีตกขาวผิดปกติร่วมด้วย

 

8. ปวดบริเวณท้องน้อยตรงกลาง (กระเพาะปัสสาวะ, มดลูก)

  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ - ปวดหน่วงๆ ร่วมกับอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย แสบขัด

  • ปวดประจำเดือน / มดลูกผิดปกติ (ในผู้หญิง) - ปวดเกร็งตามรอบเดือน หรือหากปวดรุนแรงอาจเสี่ยงโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

 

9. ปวดบริเวณท้องน้อยซ้าย (ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย, ปีกมดลูกซ้าย)

  • กระเปาะลำไส้ใหญ่อักเสบ -  ปวดเกร็งเรื้อรัง อาจมีไข้ หรือระบบขับถ่ายผิดปกติร่วมด้วย

  • ปัญหาจากรังไข่หรือปีกมดลูกซ้าย (ในผู้หญิง) -  เช่นเดียวกับบริเวณท้องน้อยขวา

 

 

สัญญาณอันตราย! ที่ควรรีบพบแพทย์ทันที

          หากคุณมีอาการปวดท้องร่วมกับ "สัญญาณ เหล่านี้ ไม่ควรซื้อยาทานเอง แต่ควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วน:

  • ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน หรือปวดจนทนไม่ไหว

  • มีไข้สูง หนาวสั่น

  • อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือด / ถ่ายดำ

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง

  • คลำพบก้อนในช่องท้อง

  • น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ


 

อย่าปล่อยให้ความปวด เป็นความเคยชิน

          อาการปวดท้องอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ อย่างอาหารไม่ย่อย แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยหาสาเหตุ และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม 

          หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการปวดท้องเรื้อรัง หรือมีความกังวลเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและตับสามารถเข้ารับการปรึกษาและตรวจวินิจฉัยได้ที่ แผนกทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนาเราพร้อมดูแลและให้คำแนะนำ เพื่อให้คุณกลับมามีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำนัดหมายได้ที่ : แผนกทางเดินอาหารและตับ