Messenger

การรักษาอาการนอนกรนและจมูกคัดเรื้อรังด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency - RF)

August 21 / 2026

 

          การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) คือ หัตถการทางการแพทย์ที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เพื่อทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเยื่อบุจมูกที่บวมโตหรือโคนลิ้นที่หย่อนยานเกิดการหดตัวและกระชับขึ้น ข้อดี คือช่วยขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ลดอาการคัดจมูกเรื้อรังและเสียงกรน โดยเป็นวิธีการรักษาที่เจ็บน้อย ไม่มีบาดแผลภายนอก ใช้เวลาเพียง 15-30 นาที และไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ผู้ที่มีอาการจมูกคัดรุนแรง มีโอกาสเกิดปัญหา นอนกรน สูงกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า กว่า 20% ของคนไทย เผชิญภาวะจมูกคัดเรื้อรังจากโรคภูมิแพ้ ซึ่งส่งผลต่อสมาธิและการทำงาน การรักษาด้วย RF ให้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจในการลดอาการคัดจมูกได้สูงถึง 80-85% และผลการรักษาคงอยู่ได้นาน 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองควบคู่กันไปด้วย)

 

          RF จมูก (Radiofrequency Tissue Ablation) คือ การใช้คลื่นความถี่วิทยุเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เพื่อรักษาอาการ คัดจมูกเรื้อรัง และ นอนกรน โดยมีหลักการง่ายๆ ดังนี้

          พลังงานจากคลื่นวิทยุจะถูกส่งผ่านเข็มขนาดเล็กเข้าไปใต้เยื่อบุจมูก เพื่อทำให้เนื้อเยื่อที่บวมโต (ซึ่งขวางทางเดินหายใจ) เกิดการหดตัวและกระชับขึ้น

ผลลัพธ์ : ช่องจมูกจะกว้างขึ้น ทำให้หายใจได้โล่งโปร่งลดอาการคัดจมูกจากภูมิแพ้ และช่วยลดเสียงกรนในระดับเริ่มต้นได้ดี

จุดเด่น :  เจ็บน้อย ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ

  • รวดเร็ว: ใช้เวลาทำเพียง 15-30 นาที
  • ไร้แผล: ไม่มีแผลผ่าตัดภายนอกใบหน้า
  • ไม่ต้องค้างคืน: ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้ในวันผ่าตัด

 

กลุ่มอาการที่รักษาแล้ว "ได้ผลดีที่สุด"

 

 

การทำ RF จะเห็นผลชัดเจนและน่าพึงพอใจมากที่สุดใน 3 กลุ่มอาการ

  • คัดจมูกเรื้อรังจากภูมิแพ้ : โดยเฉพาะคนที่มีอาการเยื่อบุจมูกบวมโต จนรูจมูกตีบแคบ กินยาหรือพ่นยามานานแล้วไม่ดีขึ้น การทำ RF จะช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัวและหายใจโล่งขึ้นทันที
  • นอนกรนระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง: ในกรณีที่เสียงกรนเกิดจาก "เพดานอ่อนหย่อน" หรือ "โคนลิ้นโต" การใช้ RF จี้บริเวณดังกล่าวจะช่วยให้เนื้อเยื่อตึงกระชับขึ้น ไม่สั่นสะเทือนจนเกิดเสียงกรนขณะหลับ
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ระดับรุนแรงน้อย: ช่วยลดการอุดกั้นในทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้อากาศไหลเวียนได้สะดวกขึ้น (มักทำร่วมกับการใช้เครื่อง CPAP เพื่อให้ใช้เครื่องได้สบายขึ้น)

 

คำแนะนำและการปฏิบัติตัว : เตรียมพร้อมก่อนและหลังรับบริการ RF

ก่อนการรักษา

  • งดยาในกลุ่มแอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือดตามคำแนะนำแพทย์ (ประมาณ 7-10 วัน)
  • รักษาตัวให้แข็งแรง ไม่มีอาการติดเชื้อในทางเดินหายใจเฉียบพลันหรือไข้หวัดในวันทำ
  • ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร (ในกรณีใช้ยาชาเฉพาะที่)

 

 

หลังการรักษา 

  • ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก : อาจรู้สึกคัดจมูกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอาการบวมหลังทำ หรือมีน้ำมูก/สะเก็ดแผลในจมูก ซึ่งเป็นอาการปกติ
  • การล้างจมูก : แพทย์จะแนะนำให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดสะเก็ดแผลและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้น : งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองในช่วงแรก เพื่อป้องกันการอักเสบซ้ำ

 

          โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกอาการ เชิญชวนให้คุณก้าวเข้ามาพูดคุยและรับคำปรึกษาโดยตรงกับ ทีมแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก (ENT) ที่เชี่ยวชาญการใช้เครื่องมือ RF รุ่นทันสมัยที่สุด ซึ่งสามารถควบคุมระดับพลังงานได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง พร้อมระบบการตรวจวินิจฉัยที่ละเอียดก่อนเริ่มทำ เพื่อให้มั่นใจว่า RF คือคำตอบที่ใช่สำหรับปัญหาของคุณจริงๆเพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่คือการ "ออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตัวโรค ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของคุณที่สุด"